แล้วผมก็เจอเธอ

posted on 15 Apr 2012 21:52 by gogo23 directory Diary
ถือว่าเป็นจดหมายที่เขียนถึงเธอก็แล้วกันถ้าบังเอิญได้อ่านก็อยากบอกว่าขอบใจมาก
 
ย้อนกลับเดือนเมษายน 2ปีก่อนในวันที่่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นานมีชีวิตอยู่ด้วยความเลื่อนลอยหางานทำยังไม่ได้
ชีวิตมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา 8ปี(คือผมค่อนข้างรักการเรียนในมหาวิทยาลัย)
ส่วนมากมีชีวิตอยู่กับเพื่อน ร้านกาแฟ และแอลกอฮอล์(ก็เหล้านั่นแหละครับ) ชีวิตที่เมาดึกตื่นสาย ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้เรื่อยมา จนผมเองคิดว่าถ้าต้องทำงานก็อยากมีหอพักใกล้ที่ทำงาน มีงานดีๆทำ เงินเดือนพอเลี้ยงตัวเองได้ อ้อขอจิบเบียร์เย็นๆก่อนกลับเข้าห้องสักหน่อยด้วยยิ่งดี555 (มาคิดตอนนี้แล้วผมว่าตอนนั้นโง่เกิ๊น)
 
วันนั้นเป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศร้อนอบอ้าวในเดือนเมษา ผมยังคงไปนั่งชิวจิบกาแฟ แล้วก็ต่อด้วยเบียร์ที่บ้านไร่ (ตอนนั้นผมไม่รู้ตัวเลยว่าติดการดื่มเหล้ามากตกเย็นก็อดชิวไม่ได้สักที) แล้วจึงไปต่อที่ร้านเหล้าแถวนั้นนั่งอยู่นานผมเองก็เป็นปกติอยู่แล้วที่ชอบแอบมองหญิงโตะข้างๆ ต่างกับเพื่อนสุดหล่อของผมที่ไปด้วยกันที่มักจะไปเที่ยวแล้วมีหญิงติดสอยห้อยตามกลับมาด้วยเป็นประจำ(ไอ้นี่คารมมันดี ผมขอเรียกมันเป็นโค๊ดเนมว่า mr.m ก็แล้วกัน)
ผมกับmr.mมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดในเวลานั้น
 
หลังจากมองจนแน่ใจแล้วว่าโต๊ะด้านหลังน่าร๊ากกกมาก ผมก็บอกกับmr.mว่า "โต๊ะด้านหลังน่ารักมากมึงเข้าไปขอเบอร์ดิ" (นั่นสิถ้าผมชอบแล้วให้มันเข้าไปขอเบอให้ตัวมันเองทำไมมาคิดๆแล้วก็คงไม่พ้นกลไกการป้องกันอาการแห้วของผมเอง)
 
โต๊ะที่เธอนั่งประกอบด้วยเพื่อนเธออีก 2คนรวมเธอด้วยก็ 3คน เข้าไปคุยกับเธอแบบตัวต่อตัวผมยังไม่ค่อยจะกล้าเล้ย นี่มีเพื่อนเธออยู่ด้วยอีก2คน 555 แทบจะเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่ผมจะเข้าไปคุย เนื่องจากผมเป็นคนขี้อายมากแม้จะชอบไปเที่ยวแต่ส่วนมากก็มันจะคุยกับเพื่อน เหล่หญิง (เน้นว่าเหล่นะครับเพราะจะเข้าไปคุยมันก้เขิลยิ่งถ้าชอบมากๆนี่ยิ่งทำอะไรไม่ถูกตัวอ่อนแทบจะละลายลงไปกองตรงนั้นเลย)
 
หลังจากที่ผมนั่งบอกmr.mอยู่นาน ผมว่านานมากนะกว่าเพื่อนผมมันจะตัดสินใจเข้าไปคุยเพราะมันบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ในการเข้าไปขอเบอร์สักเท่าไร(หล่อมาก) พอมันเข้าไปคุยก็ไปคุยซะนานเชียว ผมเองขนาดนั่งอยู่ที่โต๊ะยังคงตื่นเต้นเพราะว่าเธอช่างน่ารักซะขนาดนั้น ช่วงนั้นที่รอเค้าคุยกันผมเองก็ยกเหล้าเทลงแแก้วเติมน้ำและโซดาแก้เก้อรอเพื่อนไปด้วย
 
สักพักเพื่อนผมเดินกลับมายิ้มกริ่มแบบแปลกๆซึ่งปกติหลังจากเดินเข้าไปขอเบอร์หญิงแล้วมันจะไม่ทำหน้าแบบนี้ พร้อมกันนั้นโต๊ะที่มันเดินเข้าไปขอเบอร์ก็เช็คบิลเสร็จพอดี กำลังเดินออกจากร้านไป
ผมรีบสอบถามจากเพื่อนว่าเธอชื่ออะไร? แล้วเป็นไงบ้างเค้าให้เบอร์มารึเปล่า?(ใจจริงผมเองคงอยากรู้จนออกนอกหน้าเกินไป)
 
หลังจากที่เพื่อนผมบอกรายละเอียดเสร็จว่าเค้าไม่ได้ให้เบอร์มันมา ผมจึงตัดสินใจเข้าไปขอเบอร์เธอด้วยความกล้าทั้งหมดที่มีในตอนนั้น เข้าไปขอพิน(บีบี)จากเธอถึงสองครั้ง เพราะครั้งแรกเธอไม่ให้ คงเพราะผมหน้าตาไม่น่าไว้ใจสักเท่าไร (หรือที่เธอให้มาในครั้งที่2อาจเนื่องด้วยเพราะเธอชักจะรำคาญอยากกลับบ้านเร็วๆ)
 
ตอนนั้นผมเองคิดไปว่าเรื่องราวทั้งหมดมันคงเป็นไงปตามที่ผมคิดไว้ ผมคงควบคุมสถานการณ์ได้
 
หลังจากวันนั้นผมทำความรู้จักกับเธอผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารที่ เรียกว่า "บีบี"(ตอนนั้นกำลังฮิตกัน แม้ว่าผมอาจจะมานิยมหลังชาวบ้านเค้าเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ผมจะรู้จักเธอผ่านวิธีการพิมพ์ข้อความของเธอ และจะมีบ้างที่อาจจะมีข้อความเสียง รูป ส่งมาบ้าง เธอไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมลของเธอเอาไว้ อาจเป็นเพราะยังไม่ไว้ใจผมก็เป็นได้
 
ช่วงที่คุยกันสำหรับผมแล้วเป็นช่วงที่มีความสุขมากเชียวล่ะ แม้ว่าผมเองจะได้คุยกับเธอเพียงไม่นานนักเรียกว่าช่วงสั้นๆก็ว่าได้ แต่ก็ได้เรียนรู้ชีวิตคนที่ทำงานแล้วเป็นครั้งแรก(ครั้งแรกที่เปิดใจฟังอย่างจริงจัง ก็คงเพราะเราจะจีบเค้าด้วยล่ะมั้งก็เลยตั้งใจฟัง5555 )
เธอเล่าให้ฟังว่าตอนเรียนอยู่เธอก็เรียนที่กรุงเทพนี่แหละเที่ยวเหมือนเด็มหาวิทยาลัยทั่วไป จนเธอเรียนจบก็กลับไปช่วยงานที่บ้าน กว่าจะได้มาเที่ยวก็เดือนละครั้ง ครั้งละ2-3วัน ผมเองตอนนั้นก็แปลกใจนะว่าทำได้ยังไง เพราะตอนนั้นผมว่าอาทิตย์ละครั้งก็เต็มกลืนแล้วต้องรอเดือนละครั้งคงลงแดงซะก่อนล่ะม้างงง อีกทั้งผมเองเรียนจบแล้วก็อยากไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกบ้าน แต่ก็นี่แหละครับประเด็นสำคัญที่ทำให้ผมเอามาคิดอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผมไม่เข้าใจว่าการกลับไปอยู่และทำงานที่บ้านเป็นอย่างไรเพราะไม่เคยคิดเอาไว้ (แต่กว่าจะคิดได้ก็หลังจากเธอเล่าให้ฟังไปแล้วหลายเดือน)
 
 
ส่วนหนึ่งของคำถามแรกๆที่เธอเคยถามผมคือ ผมคบใครอยู่รีเปล่า?
ผมก็มักจะตอบเธอว่า "ยังไม่มี" ทั้งที่ตอนนั้นสถานะอยู่ในระหว่างกะท่อนกระแท่น ครึ่งๆกลางๆ ซะมากกว่า
จนเราค่อยๆหมดเรื่องพูดกันไป(เวลาอย่างนี้ผมกลับคิดเรื่องที่จะพูดไม่ออก มุ่งแต่อยากให้ตัวเองอยู่ในสถานะที่มั่นคงเร็วๆ)
 
ผมรู้สึกได้ว่าเธอคงเริ่มเบื่อๆนะ 55 บวกกับไม่ว่าจะเป็นด้วยความโง่ของผมหรือช่วงเวลาที่ผมจะได้คุยกับเธอมันหมดลงแล้วก็ตาม มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่ผมกำลังลงโปรแกรมโทรศัพท์อยู่ คอมแฮงครับ! (อ่านไม่ผิดหรอกครับ ไม่ใช่ ทอมแฮง แน่นอน) ความจำเครื่องมันกหายหมดเบอร์โทรศัพท์เพื่อนๆก็หาย แต่ยิ่งกว่านั้นคือ รายชื่อในบีบีหายเกลี้ยง คนที่พอจะมีอีเมลหรือจดเบอร์ไว้ในกระดาษก็ยังพอขอพินใหม่ได้ แต่ สำหรับเธอล่ะผมไม่เคยจดไว้เลยนี่หว่า? วันที่ขอพินก็จดไว้ในเครื่อง แน่นอนว่าหายไปแล้ว
 
สุดท้ายผมก็จนปัญญาที่จะหาวิธีคุยกับเธอในใจก็คิดว่า "ไหนๆเค้าก็ไม่ชอบเราอยู่แล้วหายไปผมเองก็จะได้ไม่ต้องพิมพ์ข้อความส่งไปตื้อเธอด้วย"(ถ้ายังมีพินอยู่แม้รู้ว่าเค้าไม่ชอบก็คงอดส่งข้อความหาไม่ได้อ่ะนะ)
 
ผ่านไปหนึ่งเดือนวันหยุดสบายๆกลับมานอนที่บ้านแล้วก็คิดอะไรเพลินๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า อืมเราเคยแบ็คอัพข้อมูลไว้นี่หว่า555 คราวนี้ตัวเราคงจะได้พินเธอกลับมาเป็นแน่ ผมก็จัดแจงเปิดคอมฯ พร้อมกับลงข้อมูลที่แบ็คอัพไว้ลงในโทรศัพท์ด้วยความหวังว่าเธอคงจะรับแอดผมเป็นแน่ 555(คิดถึงเราบ้างแหละน่า)
รอแล้วรอเล่ารอข้ามวันข้ามอาทิตย์ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง (เค้าคงจำไม่ได้ม้างงว่าพินนี้เป็นของผู้ใด ไม่เธอก็อาจจะเลิกใช้เครื่องนี้ไปแล้ว ในใจก็คิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้) สุดท้ายผมก็ไม่อาจจะกระดากใจรอต่อไปได้จึงได้ลบทิ้งไป
 
หล้งจากที่ไม่ได้คุยกับเธอไม่นานงานที่วาดเอาไว้ก็ไม่ได้ทำ(ตกงานครับ) ค่าเช่าห้องก็ไม่มีจ่ายผิดกับที่เคยคิดเอาไว้ ช่วงนั้นผมมักจะโทษความไม่เอาไหนของตัวผมเองที่หางานทำไม่ได้ และก็เรื่องที่โดนไล่จากที่พัก
 
ผมจึงกลับมาอยู่ที่บ้าน เริ่มใช้ชีวิตแบบที่ไม่ได้คิดเอาไว้เลยในตอนแรก มีอยู่วันนึงหลังจากที่เริ่มช่วยงานที่บ้านมาสักพักผมจึงได้เข้าใจเรื่องของการกลับมาทำงานที่้บ้านว่ามีข้อดีมากๆ ผมอาจจะคิดไปเองแต่ผมว่าผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเธอกับการทำงานที่บ้าน และผมเองก็มารู้ตัวว่าไม่จำเป็นต้องไปชิวทุกวันก็สามารถอยู่ได้
ถ้าไม่มีเรื่องที่เธอเล่าให้ฟังวันนั้นผมเองก็อาจจะไม่มีตัวอย่างให้ทำตาม นี่เป็นเรื่องที่ผมเองอยากจะขอบใจเธอมากๆ
 
หลังจากนั้นว่างๆถ้ามีเวลาผมเองก็มักจะทำตัวประหลาดๆโดยไม่รู้ตัวด้วยการ หาเฟสบุคเธอด้วยการหาจากชื่อเล่นของเธอ แต่ก็เป็นช่วงๆนะไม่ได้หาทุกวันอาจจะ 6เดือนทีนึง แต่ผมเองคงจะเลิกหาแล้วล่ะเพราะผมเจอเธอแล้วแม้จะแค่ในเฟสบุคก็ตาม แต่ผมเองไม่กล้าแอดไปเพราะ รูปโพรไฟล์ดันเป็นรูปถ่ายคู่เดาว่าเธอคงมีแฟนไปแล้ว นี่ก็เลยเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งให้ผมมาเขียนคำขอบใจเธอผ่านทางบล็อกนี้ อีกเหตุผลนึงคงเพราะผมเองอยากจะเล่าความประทับใจเรื่องนี้ให้ใครสักคนที่ไม่เห็นหน้าผมได้ฟังล่ะมั้ง55 ถ้าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณมากครับที่อ่านเรื่องเรื่อยเปื่อยเรื่องแรกของผม
 
 

edit @ 16 Apr 2012 00:45:48 by go23

Comment

Comment:

Tweet

แอบมาอ่านแบบเรื่อยเปื่อยเช่นกัน ^^

บ้านเรามันดีที่สุดไปเลยละ จริงไหม?

..

เรียนจบก็กลับไปทำงานที่บ้านเช่นเดียวกัน

เพราะยังไง คนบ้านเดียวกันก็เข้าใจกันดี (ฮา)

ปล. แต่ดีใจด้วยนะฮับ ที่สุดท้ายเสาะแสวงหาเธอจนเจอ

big smile